บทที่ 9 ไม่ได้หวงคนของใคร
ไม่ได้หวงคนของใคร
มุกดาแยกตัวออกมานั่งไกวเปลกลางสวนหลังบ้าน สายตาคู่หวานทอดมองสนามหญ้าสีเขียวอย่างเลื่อนลอย
สิบปีแล้ว... ที่เธอใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ ในฐานะ ‘เด็กในปกครอง’
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เจ้าของคฤหาสน์ตัวจริงไม่เคยกลับเมืองไทย แต่เขาส่งเสียให้เธอเรียน และให้ทำงานภายในบ้าน โดยเธอไม่เคยได้เอ่ยขอบพระคุณเขาอย่างเป็นทางการเลยสักครั้ง...
“หนูมุก!”
เสียงเรียกของป้าสายดังแทรกขึ้น ทำให้หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนรีบลุกจากเปล
“มานั่งเหม่ออะไรอยู่ตรงนี้ ได้เวลาไปช่วยตั้งโต๊ะอาหารแล้วเร็ว”
มุกดารีบเดินเข้าไปหา
“วันนี้มีอะไรเป็นพิเศษเหรอคะป้าสาย”
“ก็คุณอัคจะกลับมากินข้าวที่บ้าน แล้วก็มีแขกพิเศษมาด้วย... เธอลืมไปแล้วหรือไง”
“หนูไม่รู้เลยค่ะ... ว่าแต่แขกพิเศษ ใครเหรอคะ”
“ป้าก็ยังไม่รู้เหมือนกัน รีบไปเถอะ เดี๋ยวคุณผู้หญิงลงมาเห็นยังไม่เรียบร้อย มีหวังโดนบ่นกันยกบ้าน”
ป้าสายเร่งพลางหันกลับมามองหญิงสาวอีกครั้ง
“เป็นอะไรหรือเปล่าหนูมุก สีหน้าไม่ค่อยดีเลย”
มุกดาฝืนยิ้มบาง ๆ
“มุกไม่เป็นไรค่ะ”
“ดีแล้ว เกิดป่วยขึ้นมาตอนนี้ ก็เป็นขี้ปากคุณดารินทร์อีก...”
ป้าสายยิ้มเอ็นดู ก่อนแตะแขนเธอเบา ๆ “อยู่บ้านนี้มานานแล้วนะ ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก็พอ เรื่องอื่นอย่าเอามาใส่ใจ”
มุกดาพยักหน้ารับ แม้คำปลอบนั้นจะไม่ช่วยให้หัวใจเบาขึ้นเลยก็ตาม
เธอเดินตามป้าสายเข้าไปในครัว ซึ่งทุกคนกำลังวุ่นวายกับการจัดเตรียมอาหารอย่างขะมักเขม้น กลิ่นเครื่องเทศและอาหารที่กำลังปรุงลอยอบอวลไปทั่วห้อง
มุกดารีบเข้าไปช่วยจัดจาน ช้อนส้อม และแก้วน้ำลงบนโต๊ะอาหาร
มือบางหยิบจานกระเบื้องใบสุดท้ายขึ้นวางอย่างระมัดระวัง
แต่ปลายนิ้วกลับสั่นจนช้อนเงินกระทบกันจนเกิดเสียง
กริ๊ง...
“มุก”
จิน แม่บ้านรุ่นพี่หันมามองด้วยความเป็นห่วง
“ไม่สบายหรือเปล่า”
หญิงสาวรีบส่ายหน้า
“เปล่าค่ะ... เมื่อคืนพักผ่อนน้อยไปหน่อย”
แม้ปากจะตอบเช่นนั้น แต่ความจริงเธอรู้ดีว่า สิ่งที่ทำให้มือสั่นไม่ใช่อาการง่วง
หากเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ทุกครั้งเมื่อได้ยินชื่อของผู้ชายคนนั้น
คนที่เธอพยายามบอกตัวเองอยู่เสมอว่า...
ควรรู้จักวางหัวใจไว้ให้ห่างจากเขา
เพราะระหว่างพวกเขา มีเส้นแบ่งที่ไม่ควรถูกก้าวข้าม
ขณะเดียวกัน เสียงพูดคุยจากหน้าคฤหาสน์ก็ดังแว่วเข้ามา
“คุณอัคกลับมาแล้ว!”
ใครบางคนร้องบอก ทุกคนในครัวชะงักมือพร้อมกัน
ก่อนจะมีเสียงพูดตามมาอีกประโยค
“คุณผู้หญิงที่มาด้วยสวยมาก... สมกันจริง ๆ”
มุกดานิ่งงัน
ช้อนคันเล็กในมือแทบหลุดร่วงลงพื้น
แม้ยังไม่เห็นหน้าคนที่มาด้วย แต่หัวใจกลับหนักอึ้งราวกับมีใครหยิบก้อนหินมาวางทับไว้
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติ
ในเมื่อเขาเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อม มีผู้หญิงดี ๆ อยู่เคียงข้างก็เป็นเรื่องธรรมดา
แล้วเธอจะรู้สึกหวั่นไหวไปทำไม...
มุกดาค่อย ๆ หลับตาลง ก่อนยิ้มบาง ๆ ให้ตัวเอง
รอยยิ้มนั้นจางเสียจนแทบมองไม่เห็น
เพราะต่อให้เธอพยายามเตือนหัวใจตัวเองมากแค่ไหน...มันก็ยังดื้อดึงเฝ้ามองผู้ชายคนนั้นเพียงคนเดียว
ทั้งที่รู้ดีว่า...
เขาอยู่สูงเกินกว่าที่เด็กในปกครองอย่างเธอจะมีสิทธิ์เอื้อมถึง...
ดารินทร์นั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวภายในห้องรับแขก ก่อนดวงตาจะเป็นประกายขึ้น เมื่อเห็นลูกชายเดินเข้ามาพร้อมหญิงสาวในเดรสสีครีมเข้ารูป เรือนผมยาวสลวยถูกจัดแต่งอย่างพิถีพิถัน ทุกย่างก้าวสง่างามราวกับเติบโตมาในสังคมชั้นสูง กระเป๋าแบรนด์เนมและนาฬิกาหรูบนข้อมือยิ่งขับให้บุคลิกของเธอดูโดดเด่นเกินกว่าจะละสายตา
ริต้ายิ้มอย่างมั่นใจ แววตาและกิริยาทุกอย่างสะท้อนความเป็นลูกคุณหนูที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี จนแม้เพียงยืนอยู่เฉย ๆ ก็ให้ความรู้สึกว่าเธอคือผู้หญิงที่คู่ควรกับอัครินทร์ที่สุดในสายตาของนาง
“มาแล้วเหรอลูก วันนี้ต้องขอโทษด้วยนะ ถ้าตาอัคไม่ยอมไปรับ หนูคงต้องขับรถมาบ้านเองแน่เลย”
ริต้ายิ้มหวาน พลางส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่ ริต้าเกรงใจพี่อัคเหมือนกัน”
“จะเกรงใจอะไรล่ะ” ดารินทร์หัวเราะเบา ๆ “แม่เป็นคนสั่งให้เขาไปรับเอง ถ้าไม่บังคับ ป่านนี้คงใช้คนรถไปรับแทนแล้วมั่ง”
อัครินทร์ถอนหายใจแผ่ว ๆ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“แม่ก็พูดเกินไป”
“เกินตรงไหน แม่โทรตามตั้งแต่เช้า”
ชายหนุ่มไม่ได้โต้เถียงต่อ เพียงยกแก้วน้ำขึ้นจิบ สีหน้ายังคงนิ่งสนิท ราวกับไม่อยากต่อบทสนทนาเรื่องนี้อีก
ท่าทีของเขาทำให้ดารินทร์ยิ้มอย่างพึงพอใจ
บรรยากาศในห้องรับแขกเต็มไปด้วยความเป็นกันเอง จนกระทั่งป้าสายพามุกดาเดินเข้ามา
ทันทีที่เห็นเด็กในปกครองของลูกชาย สีหน้าของดารินทร์ก็เปลี่ยนไป
ดวงตาเฉี่ยวคมกวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ
“มัวไปทำอะไรกันอยู่”
ป้าสายรีบก้มหน้าลง
“ขอโทษค่ะคุณผู้หญิง พอดีตรวจดูความเรียบร้อยในครัวอยู่ค่ะ”
“คราวหลังอย่าให้แขกต้องรอ”
“ค่ะ”
มุกดารีบก้มศีรษะรับ
ดารินทร์ไม่ได้ตอบรับ มีเพียงสายตาเย็นชาที่ทอดมองมา
“อาหารพร้อมหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณผู้หญิง”
“ดี ยกขึ้นโต๊ะได้เลย... ไปเถอะลูกริต้า” ประโยคหลังหันไปบอกหญิงสาวที่ตัวเองถูกชะตา
“ค่ะคุณป้า”
“โอ๊ย... เรียกคุณแม่เถอะลูก” นางประท้วง สายตาที่มองหญิงสาวเต็มไปด้วยความเอ็นดูราวกับพบคนที่ถูกใจ
“พี่อัคคะ...”
เสียงหวานของริต้าดังขึ้น พร้อมรอยยิ้มสดใส
“ริต้าหิวแล้วค่ะ”
อัครินทร์หันไปมอง ก่อนตอบสั้น ๆ
“งั้นไปทานข้าวกัน”
อัครินทร์ลุกขึ้นเป็นคนแรก ริต้าเดินเคียงข้างเขาออกจากห้องรับแขก
มุกดาเพียงก้มหน้าตามป้าสายไปช่วยจัดเตรียมอาหาร โดยไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม
ระยะห่างระหว่างเธอกับเขา... ไม่ได้อยู่ที่จำนวนก้าว หากเป็นฐานะที่ต่อให้เธอพยายามแค่ไหน ก็ไม่มีวันก้าวขึ้นไปยืนเคียงข้างเขาได้
